dot
dot

dot


facebook ยนต์ผลดี
ตรวจสอบพัสดุ EMS
โรงหล่อยนต์ผลดี
ลูกยางสีข้าวสปอร์ตแมน
บริษัท ดีรุ่งเรือง จำกัด
ยางปูพื้นรถยนต์ บีสกิน
แผ่นยางปูพื้น


ฉันจะปลูกข้าวอินทรีย์

 

ฉันจะปลูกข้าวอินทรีย์

 

     อย่าเพิ่งท้อครับ ตราบใดที่เราตั้งใจแน่วแน่แล้ว มันไม่มีอะไรยากเกินไป ขอให้เราเข้าใจว่าทุกขั้นตอนทำไปก็

เพื่อให้ข้าวเราออกมาเป็นข้าวอินทรีย์โดยสมบูรณ์ และปกป้องข้าวเราจากการปนเปื้อนจากสิ่งรอบข้าง เท่านี้ตรา

เกษตรอินทรีย์ (organic) ก็จะมาอยู่บนถุงข้าวของเราได้อย่างไม่ยากเย็นอะไร


เลือกมาตรฐานที่ต้องการ


     ก่อนอื่นต้องตั้งธงก่อนว่า เราต้องการตรามาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของที่ไหน แต่ละตลาดต้องการไม่เหมือนกัน

เมื่อเลือกได้แล้วก็หาว่ามาตรฐานแบบนี้เค้าต้องการอะไรและมีข้อกำหนดอะไรบ้าง เช่น มาตรฐานของสำนักงาน

มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (ม.ก.ท.) เป็นมาตรฐานที่มีผู้ตรวจเป็นมูลนิธิตั้งอยู่ในประเทศไทย เราก็เข้าไปเยี่ยม

เว็บไซต์ก่อนที่ www.actorganic-cert.or.th แล้วอ่านข้อกำหนดทั้งหมด ดาวน์โหลดคู่มือออกมา แล้วก็มา

วิเคราะห์ตัวเราว่าที่เราทำอยู่แล้วเป็นปกตินั้นเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่ แล้วที่เราไม่เป็นมีอะไรที่เหลือจริงๆ

ต้องทำกี่ข้อเท่านี้งานที่ดูมากมายก็จะเหลือเพียงแค่ที่เราต้องทำเพิ่มจากของเดิมไม่มากนัก ผมจะขอลองยก

ตัวอย่างของเกษตรกรที่ปลูกข้าวหอมมะลินาปีให้ดูครับ 

 

วิเคราะห์ตัวเอง         

     ข้าวหอมมะลิ105 หรือข้าวดอกมะลิ 105 ที่ทางราชการส่งเสริมมาตั้งแต่ พ.ศ.2502 เป็นสายพันธุ์ที่ไม่ได้มา

จากการตัดต่อพันธุกรรมแน่นอน เพราะประเทศไทยไม่เคยมีนโยบายนำเข้าข้าวเปลือกจากต่างประเทศ จึงเป็นไป

ไม่ได้เลยที่จะมีสายพันธุ์ GMO ปลอมปนเข้ามา เนื่องจากข้าวดอกมะลิ 105 เป็นข้าวไวแสง คือ ต้องการช่วงหน้า

หนาวที่ช่วงกลางวันสั้น เพื่อกระตุ้นการออกดอก จึงปลูกได้เพียงปีละครั้ง เมื่อปลูกแค่ปีละครั้ง ดินก็มีเวลาพักตัว

ปุ๋ยก็ไม่ต้องใส่ ยาก็ไม่ต้องฉีด เห็นดังนี้แล้วก็แล้วกรอกใบสมัครเข้าไปได้เลย เมื่อทาง ม.ก.ท. ตอบรับ ก็ใช้

เวลาอีก ปี ในช่วงของการปรับเปลี่ยน เพื่อให้มั่นใจว่าสารเคมีที่ตกค้าง หมดไปจากพื้นดินที่นาของเราจริงๆ 


ป้องกันสารเคมีจากที่อื่นเข้ามาปนเปื้อน

     เมื่อมั่นใจว่าผืนนาของเราปราศจากสารเคมีแล้ว ก็ต้องป้องกันการปนเปื้อนจากแหล่งอื่น โดยทำแผนที่คร่าวๆ

รอบที่นา ปัจจุบันนี้เราใช้ประโยชน์จากอินเตอร์เน็ตมาช่วยงานได้ นั่นคือ กูเกิ้ลแมปส์ (Google Maps) คลิกเมาส์

เพียงไม่กี่ครั้ง ก็ได้ภาพถ่ายจากดาวเทียมสวยงาม พิมพ์ออกมาแล้วขีดเส้นที่นาของเราแล้วลงไปสำรวจว่า รอบๆ

ที่นาเราว่าเค้าทำอะไรกันบ้าง ถ้าทำนาอินทรีย์ไปด้วยกันทั้งหมด ก็ไม่จำเป็นต้องมีแนวกันชน แต่ด้านไหนทำนา

เคมีก็ต้องทำคันนาให้กว้าง เว้นออกมาให้ห่างตามระยะที่อยู่ในข้อกำหนด และคอยสำรวจเสมอๆ เกิดวันดีคืนดี

เพื่อนบ้านทำแปลงผักข้างๆนาเรา ก็อาจจะต้องไปทำความเข้าใจถ้าทำอินทรีย์ไปด้วยกันก็เยี่ยมยอด แต่ถ้าจะ

ฉีดยาก็ตกลงกันก่อนว่าจะฉีดยาวันไหนให้บอกกันหน่อย เลือกวันที่ลมไม่พัดมาทางนาเรา แล้วก็จดลงในบันทึก

แปลงนา ลงลายเซ็นกันไว้ เพื่อวันที่ผู้ตรวจซักถามก็จะได้มีหลักฐานว่าเราได้ดูแลป้องกันนาเราแล้วเป็นอย่างดี

ถ้าปลูกกล้วยบนคันนาช่วยบังลมด้วยก็ยิ่งดีใหญ่ ได้กล้วยไว้ทานอีก นาที่ใช้น้ำฝนเป็นน้ำสะอาด100%อยู่แล้ว

อย่าใช้แหล่งน้ำที่มาแบบไม่แน่ใจว่าไหลผ่านที่ไหนมาบ้างเพราะจะต้องตอบคำถามกันยาว แล้วถ้าน้ำจากแปลง

ผักทำท่าจะไหลลงมานาเราได้ ก็ต้องหาทางป้องกัน เพราะถ้าผู้ตรวจเล็งเห็นว่ามันน่าจะลงมาปนเปื้อนได้ก็จะติด

ปัญหา

 

ภาพถ่ายดาวเทียมนาข้าวอินทรีย์

 

ให้ความรู้และหมั่นหาความรู้เพิ่ม

     ต้องมีการให้ความรู้เกษตรกร นัดประชุมบ้าง เล่าเรื่องการทำนาอินทรีย์ให้เค้าฟัง บอกถึงหลักการเหตุผล 

ทำใบความรู้ถ่ายเอกสารแจก เก็บหลักฐานเข้าแฟ้ม เก็บลายเซ็นลงวันที่ ว่าเกษตรกรเหล่านั้นได้ผ่านการอบรม

แล้ว หรือแม้แต่วันไหนได้นั่งคุยกัน หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปลงบันทึกเป็นหลักฐานเสียหน่อยก็ถือเป็นการให้ความ

รู้แก่เกษตรกรแล้วไม่จำเป็นต้องเช่าห้องประชุมจ้างวิทยากร แล้วก็ไม่ต้องไปบอกไปสั่งให้เกษตรกรทำอย่างนั้น

อย่างนี้ ลองเล่าให้เค้าฟังว่าสารเคมีที่เค้าเคยสัมผัสนั้นมันน่ากลัวแค่ไหนเค้าจะไม่ไปยุ่งกับมันเอง ความรู้ด้าน

เกษตรอินทรีย์ใหม่ๆมีมากมายสามารถนำเอามาประยุกต์ใช้ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก่อนจะลองอะไรใหม่ๆ ต้องสอบถามไป

ยังผู้ตรวจก่อนเสมอ ว่าแบบนี้ทำได้หรือเปล่า เพราะถ้าเกิดไปขัดกับข้อกำหนดขึ้นมาอาจจะต้องเริ่มต้นเข้า

กระบวนการปรับเปลี่ยนใหม่เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ แล้วอย่ามองว่าการให้ความรู้เป็นเรื่องไร้สาระนะครับ

ไม่ใช่แต่แต่ผู้ตรวจจะถามในหัวข้อนี้เลย เราลองถามตัวเองดูง่ายๆว่าคนที่ไม่รู้หลักการและข้อห้ามต่างๆของ

มาตรฐานอินทรีย์จะมาปลูกข้าวอินทรีย์ให้เราได้อย่างไร

 

เก็บเกี่ยว

     วิธีเก็บเกี่ยวด้วยมือเป็นวิธีที่สะอาดดีที่สุดแต่ก็หนักเอาการ ถ้าจะใช้รถเกี่ยวก็ถามเจ้าของรถเสียหน่อยว่า ก่อน

หน้านี้ไปเกี่ยวข้าวนาของใครมา ถ้าเป็นนาพันธมิตรเพื่อนเกษตรอินทรีย์ด้วยกันและเป็นข้าวพันธุ์เดียวกันก็โบกให้

ถอยลงมาเกี่ยวของเราได้เลย แต่ถ้าไปเกี่ยวนาอื่นก็ขอให้ทำความสะอาดก่อน ปล่อยเครื่องหมุนเปล่าๆให้ข้าวจาก

นาอื่นร่วงออกหมด ที่จริงไม่ได้เป็นเรื่องลำบากอะไรเพราะถ้ารถไปเกี่ยวข้าวเหนียวหรือข้าวแดงมาก่อน ก็ต้อง

ทำความสะอาดอยู่แล้วทุกคนเข้าใจดีว่า ข้าวปนทำให้ไม่ได้ราคา เสร็จแล้วก็ลงในบันทึกแปลงใส่วันที่ขอลายเซ็น

ไว้ด้วย ยอมสละข้าวกระสอบแรกที่ผ่านเครื่องถือเป็นการล้างหัวเสียหน่อย เก็บไว้อย่าเพิ่งไปเขียนกระสอบว่าเป็น

อินทรีย์ สวนที่เหลือก็เก็บในกระสอบใหม่ที่ไม่เคยใส่ข้าวเคมีมาก่อน เขียนกำกับให้ชัดเจน แยกชัดเจน ให้ดูแล้ว

มั่นใจได้ว่าไม่มีทางหยิบสลับถุงกับข้าวเคมีแน่นอน เพียงคิดไว้ในใจเสมอว่าทำยังไงไม่ให้ของเคมีจากคนอื่นมา

ปนข้าวสะอาดของเราได้ เมื่อปรับที่วิธีคิดได้การทำงานจะตามมาเอง ไม่มีอะไรตายตัว ถุงใหม่นี้ไม่ได้สิ้นเปลือง

ไปไหนปีหน้าก็เอามาใช้ได้อีกเพราะไม่ได้ห้ามใช้ถุงเก่า แค่ห้ามใช้ถุงที่เคยใส่ข้าวเคมีมาก่อนเท่านั้นเอง

 

รถเกี่ยวข้าวอินทรีย์


     ทำได้เท่านี้ก็จะถือว่าตั้งแต่วันที่เริ่มเตรียมดิน จนถึงวันเก็บเกี่ยวเราได้เฝ้าระวังรักษาข้าวอินทรีย์ของเราให้

สะอาดและไม่มีการปนเปื้อนจากสารเคมีจากภายนอกอย่างเต็มกำลังความสามารถ ผู้ตรวจมักจะดูที่ความตั้งใจ

จริงของเรา เมื่อเห็นเป็นเช่นนี้แล้วก็จะตามดูเราไปอีกจนครบ ปี ถ้าเรายังคงความดีนี้ไว้ได้ก็ถึงจะให้ผ่านมาตร

ฐานเกษตรอินทรีย์ ให้เราได้ใช้ตรามาตรฐานเกษตรอินทรีย์สมใจ

    

     บอกก่อนว่าผู้ตรวจไม่ใช่ยักษ์หรือมารที่ไหน มีแต่จะคอยช่วยเป็นพี่เลี้ยงเราไปตลอด ปีของการปรับเปลี่ยน

ทั้งยังแนะนำวิธีการดีๆโดยเอาประสบการณ์จากการตรวจนาที่อื่นๆมาให้ความรู้และทำให้เราทำงานง่ายขึ้น มีข้อ

สงสัยอะไรถามได้เต็มที่ในช่วงปรับเปลี่ยน ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด แต่จะทำอะไรให้ถามก่อน เรามีหน้าที่พัฒนาตัวเอง

อย่างต่อเนื่องแน่วแน่ และต่อยอดจากการทำนาธรรมดาที่เคยทำอยู่ไปสู่มาตรฐานที่เราตั้งธงไว้ แล้วเมื่อมาตรฐาน

ที่เราทำกลายเป็นความธรรมดาแล้ว ลองเดินลงไปในนาที่เค้าฉีดยาดูสิ คุณจะรู้สึกเสียวแบบไม่ธรรมดาเลย!!!!!

 

"ทำให้ข้าวเราปลอดสารเคมีและป้องกันไม่ให้สารเคมีจากแหล่งอื่นเข้ามาปนเปื้อน" 

 




รวยเงินล้านด้วยข้าวถุงอินทรีย์

ข้าวอินทรีย์คืออะไร?
ต้นทุนนาอินทรีย์
หลักของการปนเปื้อนข้ามระหว่างอินทรีย์และเคมี



ยนต์ผลดี Contact Center TEL:056 870201-2 จันทร์ - เสาร์ 8.00 - 17.00 น. email ติดต่อพนักงาน: contact@yontpholdee.com