dot
dot

dot


facebook ยนต์ผลดี
ตรวจสอบพัสดุ EMS
โรงหล่อยนต์ผลดี
ลูกยางสีข้าวสปอร์ตแมน
บริษัท ดีรุ่งเรือง จำกัด
ยางปูพื้นรถยนต์ บีสกิน
แผ่นยางปูพื้น


ต้นทุนนาอินทรีย์

 

ต้นทุนนาอินทรีย์

 

     นาอินทรีย์จะมีต้นทุนสูงกว่านาเคมีได้ยังไง ในเมื่อปุ๋ยไม่ได้ใส่ ยาก็ไม่ได้ฉีด?

 

ต้นทุนนา

 

     ผมแทบจะพูดไม่ออกเมื่อเจอลูกค้าถามแบบนี้ตอนไปขายข้าว ใช่ครับไม่ฉีดยาไม่ใส่ปุ๋ย แต่การดูแลผิดกันนะครับ

ข้าวที่ได้ 4-5ปีแรกที่ดินและสภาพแวดล้อมยังปรับตัวอยู่ย่อมได้ข้าวน้อยกว่านาเคมีอย่างเห็นได้ชัด ไหนจะต้องคอย

จดบันทึก เฝ้าระวังละอองเคมีจากเพื่อนบ้านมาปลิวใส่ ถุงที่ใช้ก็ซื้อใหม่ ระยะปรับเปลี่ยนอีก 2 ปี ทุกรายละเอียด

ล้วนมีต้นทุนแฝงอยู่ทั้งสิ้น แต่ลองมาดูต้นทุนนาออแกนิกส์แบบที่เห็นกันชัดๆว่าเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับนาเคมี

               

ค่าใช้จ่าย

ราคา/ไร่

(บาท)

นาเคมี

นาอินทรีย์

ค่าไถ

400

+

+

ตีเทือก ลูบนา

300

+

+

พันธุ์ข้าว

800

+

+

หว่าน

100

+

+

ปุ๋ย

1,000

+

-

ยาฆ่าหญ้า

ฮอร์โมน

ยาฆ่าแมลง

ยาฆ่าปู

(ราคาเฉลี่ย)

 

 

 

200

 

 

 

+

 

 

 

-

จ้างฉีดยา

200

+

-

น้ำมันเครื่องสูบน้ำ

800

+

+

รถเกี่ยว

600

+

+

รวม

4,400

3,000

 

     รวมๆแล้วมีเงินเหลือ 1,400 บาทต่อไร่นี่ครับ แต่เอาเงินนี้มาปลูกพืชตระกูลถั่วเพื่อตรึงไนโตรเจนแล้วไถกลบ

บำรุงดินกันดีกว่า

 

ค่าใช้จ่าย

ราคา/กก.

ปริมาณที่ใช้

กก./ไร่

รวม

รวม(บาท)

ถั่วพร้า

28

8

224

เฉลี่ยประมาณ

200  บาท/ไร่

ปอเทือง

36

5

180

โสนแอฟริกัน

40

5

200

ไถปลูก

400

 

 

400

หว่าน

100

 

 

100

ไถกลบ

400

 

 

400

รวม

1,100

 

     ก็ยังมีเงินเหลืออีก 300 บาทต่อไร่ ถ้ามีนา 20 ไร่ก็เป็นเงิน 6,000 บาท น่าจะซื้อถัง 200ลิตร กากน้ำตาล เศษ

ผลไม่จากตลาดมาทำน้ำหมักชีวภาพเก็บไว้ หรือจะลองทำสารไล่แมลงจากพริกหรือเม็ดสะเดาก็คงจะยังพอได้

แล้วปีถัดไปก็ไม่จำเป็นต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ถั่วเพราะเก็บเมล็ดไว้เองได้ เงินก็ยังเหลือเข้ากระเป๋าอีก 200 บาทต่อไร่

ปะเหมาะเคราะห์ดีขายเมล็ดพันธุ์ถั่วให้เพื่อนๆที่ทำนาอินทรีย์ด้วยกันก็คงได้ค่าน้ำค่าเหนื่อยอยู่

    

     ถึงตรงนี้คงไม่ได้มองแล้วว่าใครต้นทุนต่ำกว่ากัน แต่ดูกันที่ว่าแบบไหนได้ประโยชน์มากกว่ากันดีกว่า ที่ผม

เขียนมาข้างต้นเป็นประโยชน์ทางตรงที่เห็นกันจะๆด้วยตัวเลขแบบกลมๆ แต่ถ้าดูให้ลึกลงไปอีก

 

นาเคมี

นาอินทรีย์

-ฉีดยาถ้าป้องกันดีก็รอดไป ถ้าพลาดขึ้นมาค่าน้ำมันรถไปโรงพยาบาลเท่าไหร่ ค่ารักษา ค่ายา ค่าที่เราต้องเสียเวลาไปโรงพยาบาล แล้วถ้ามันเป็นกรณีที่ร้ายแรงที่สุด คุณว่าค่าจัดงานศพมันจะเป็นเท่าไหร่

 

+มีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ต้องเสี่ยงกับสารเคมี

-ยาที่ฉีดไป เมื่อแมลงต้านทานได้มากขึ้นก็ต้องฉีดเพิ่ม หรือไปหาตัวใหม่ที่แรงกว่า แพงกว่า อีกทั้งยังตกค้างในดิน

 

+ระบบนิเวศน์ดี แมลงตัวห้ำตัวเบียนจะจัดการแมลงที่เป็นศัตรูข้าวเอง

-ปุ๋ยเคมีที่ใส่ยิ่งมาก  ดินยิ่งแข็ง ยิ่งเค็ม ก็ต้องหาปุ๋ยใส่เพิ่มเข้าไปอีกเวลาไถก็หนักรถ กินน้ำมัน ไถไม่ค่อยเข้า

 

+ดินทีดีอ่อนนุ่ม ไถง่าย ไม่เปลืองแรงไม่เปลืองน้ำมัน ไม่ต้องใส่ปุ๋ย

 

-ไม่มีสัตว์น้ำในนา ไม่มีไส้เดือน

 

+ปูปลาในนากินได้ ขายได้ ไส้เดือนช่วยพรวนดิน  เป็นเหยื่อตกปลาได้

 

 

    ปลาในนาอินทรีย์

 

     คุณภาพชีวิตที่ไม่ต้องเข้าๆออกๆโรงพยาบาล ถ้าคนไม่เคยเจ็บป่วยไม่รู้หรอก ให้มีเงินมายมายแล้วนอนดม

ออกซิเจนอยู่บนเตียงผู้ป่วย เทียบกับเอาจอบออกไปทุบดินในไร่ในนา เกี่ยวข้าวเฮฮากับเพื่อนๆ คุณคิดเอาเองก็

แล้วกันว่าจะเลือกอย่างไหน 

 

     บทสรุปของผมคือให้มองว่าเราอาจจะมีต้นทุนพอๆกับนาเคมีนั้นแหละ แต่ในระยะยาว ต้นทุนเราจะถูกลง และ

มีกำไรชีวิตมากขึ้น ลองทำดูลองหาข้อดีของนาอินทรีย์ดู ผมว่าคุณน่าจะหาได้มากกว่าที่ผมเขียนเสียอีก แล้วมา

เล่าให้ผมฟังบ้างนะครับ

 

"เรากลัวไม่มีกินจนอดตาย เพราะมันเห็นชัดเจนอยู่ตรงหน้า

แต่เรากลับไม่กลัวการกินข้าวอาบยาพิษตาย เพียงเพราะเรามองไม่เห็นว่ามียาพิษฉาบอยู่ "

 




รวยเงินล้านด้วยข้าวถุงอินทรีย์

ข้าวอินทรีย์คืออะไร?
ฉันจะปลูกข้าวอินทรีย์
หลักของการปนเปื้อนข้ามระหว่างอินทรีย์และเคมี



ยนต์ผลดี Contact Center TEL:056 870201-2 จันทร์ - เสาร์ 8.00 - 17.00 น. email ติดต่อพนักงาน: contact@yontpholdee.com