dot
dot

dot


facebook ยนต์ผลดี
ตรวจสอบพัสดุ EMS
โรงหล่อยนต์ผลดี
ลูกยางสีข้าวสปอร์ตแมน
บริษัท ดีรุ่งเรือง จำกัด
ยางปูพื้นรถยนต์ บีสกิน
แผ่นยางปูพื้น


ปรัชญาโรงสี
 
เมื่อพุดถึงความสามารถของคนเรานั้นย่อมแตกต่างกันหลายด้านทั้งด้านความคิดทัศนคติความเชื่อ ประสบการณ์ สิ่งต่างๆเหล่านี้เองทําให้การทําธุรกิจที่เหมือนกันแต่ความสําเร็จนั้นไม่เหมือนกัน เมื่อ ความเชื่อและทัศนคติที่ต่างกัน การปฎิบัติตนก็ไม่เหมือนกัน การทํางานการตัดสินใจต่างๆเหล่านี้มา จากทัศนคติ หรือที่หลายท่านอาจเรียกว่า “วิสัยทัศน์” คุณอาจจะได้ยินคํากล่าวว่าธุรกิจโรงสีข้าวเป็นธุรกิจที่สร้างความมั่งคั่ง ร่ํารวยให้กับเจ้าของโรงสีอย่างรวดเร็วและมากมาย แล้วเถ้าแก่โรงสีข้าวที่ประสบความสําเร็จอย่างสูงทุกท่านนี้มีปรัชญาในการดําเนินชีวิตและธุรกิจอย่างไร
 
เมื่อคุณรู้ว่าเถ้าแก่โรงสีหลายท่านนี้มีความแตกต่างในการดําเนินธุรกิจ และเคล็ดลับในการทํางานการบริหารเงินจากรุ่นสู่รุ่นสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุของตระกูล การอบรมทายาทของครอบครัวอย่างแยบยล ให้ซึมซับความคิดดีๆเคล็ดลับในการเงิน การวางแผนและการบันทึกข้อมูลต่างๆเหล่านี้ เป็นการสอนแบบพ่อสอนลูกทําให้ดูเป็นตัวอย่าง ธุรกิจจึงขยายใหญ่โตขอบเขตกว้างไป หลายจังหวัด เราจะได้ยินว่าโรงสีนี้เป็นลูกสาวโรงสีนั้น โรงสีโน้นเป็นดองกับโรงสีข้างบ้านเรา พี่ชายของโรงสี จังหวัดภาคอิสานมาสร้างโรงสีข้างบ้านเราเป็นต้น มีอยู่ครอบครัวหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี ครอบครัวนี้มีลูกสาว 5 คน ท่านอาจจะไม่เชื่อว่า พี่น้องทั้ง 5 คนนี้ได้สามีเป็นคนมีอาชีพโรงสีข้าวทั้ง 5 สาว (ไม่ใช่ว่าทุกคนแต่งงานกับเสี่ยโรงสี แต่ 3 ใน 5 แต่งงานกับหนุ่นชาวบ้านที่มีอาชีพอื่นอยู่แล้ว ด้วยการชักนําและอุดหนุนกันในครอบครัว จึงทําให้อีก 3 ท่านได้เป็นเจ้าของโรงสีข้าว ถึงยุคปัจจุบันครอบครัวตระกูลนี้มีโรงสี ทั้งของลูกและหลาน กว่า 20 โรง สีกําลังผลิตมากกว่า 4000 เกวียน ใน 5 จังหวัด
 

 
คิดให้รอบคอบก่อนที่จะตัดสินในทําธุรกิจโรงสีข้าว
ในการตัดสินใจที่จะทํากิจการใดๆก็ตาม ต้องมีความรอบคอบ และรู้จริงในเรื่องนั้นๆ สมัยนี้เรียกว่าการทํา SWOT หรือ สวอท (จุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส และอุปสรรค)
  • ทําเล แหล่งวัตถุดิบ
  • การเดินทาง / การขนส่งทั้งขาเข้า-ขาออก / คู่แข่ง
  • เงินทุน / แหล่งทุน
  • ความรู้ในเรื่อง เครื่องจักร แรงงาน
  • ความสามารถของผู้บริหาร วิสัยทัศน์ของผู้บริหาร

เหล่านี้ต้องนํามาคิดวิเคราะห์หาคําตอบ ก่อนการลงทุน การทําธุรกิจการสีข้้าว (โรงสีข้าว) นั้น อันดับแรกต้องรู้ว่าเราจะสีข้าวอะไร (​คือพันธุ์อะไร) ข้าวหอมมะลิ ข้าวชัยนาท ข้าวสุพรรณ อื่นๆ หรือข้าวนึ่ง ออกมาขายให้กับลูกค้ากลุ่มไหน เช่น

  • รับจ้างรัฐบาลโดยเข้าร่วมโครงการจํานําข้าวหรือโครงการที่ภาครัฐจัดเพื่อส่งเสริมเกษตรกร
  • สีออกมาขายให้ผู้บริโภคภายใน (ข้าวถุง 5-15-25-50 กิโลกรัม)
  • สีข้าวบรรจุถุงส่งให้ยี่ปั๊วบริโภคภายใน
  • สีบรรจุกระสอบ / ถุงบิ๊กแบ็ค ส่งให้ลูกค้าซึ่งเป็นผู้ส่งออกไปปรับปรุงแล้วส่งออกไปต่างประเทศ หรือจัดส่งออกด้วยตนเอง
คุณต้องตั้งโจทก์แล้วนําข้อมูลมาเพื่อการตัดสินใจในการสร้างโรงสีข้าวให้ตรงกับลูกค้าเป้าหมายของคุณตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนแล้วลงมือขั้นต่อไปให้เป็นไปตามกลุ่มเป้าหมาย ศึกษาเรื่องพื้นที่การทํานา และพันธุ์ข้าวที่เกษตรกรชาวนาในพื้นที่จังหวัดนั้นและจังหวัดใกล้เคียงว่าข้าว เปลือกพันธุ์ไหนที่มีมากและตรงกับธุรกิจที่คุณต้องการ ตัวอย่างคุณต้องการสร้างโรงสีข้าวนึ่ง (เพราะคุณมีตลาดในต่างประเทศ) คุณก็ต้องหาทําเลที่มีการปลูกข้าวชัยนาท และพื้นที่ทีี่มีการปลูกข้าวนาปรังเนื่องจากเป็นวัตถุดิบที่จะนํามาผลิตเป็นข้าวนึ่งได้ดีที่สุด ในทางกลับกันถ้าท่านมีตลาดข้าวเหนียวคุณภาพดีเพื่อการส่งออก ท่านก็ต้องเลือกทําเลที่มีการเพาะปลูกข้าวเหนียวคุณภาพดี เช่น เชียงราย เชียงใหม่ ภาคอิสาน บางจังหวัด เป็นต้น
 
การเลือกทําเลที่ดี ใกล้กับวัตถุดิบให้มากที่สุดนั้น ท่านก็ได้เปรียบกว่าคนอื่นไปมากแล้วเพราะ ระบบขนส่ง การจัดซื้อ วัตถุดิบป้อนโรงสีข้าว ตัวอย่างเช่นคุณจะทําข้าวหอมมะลิชั้นเลิศ แต่คุณคิดจะสร้างโรงสีในสถานที่ที่มีนาปรังมากและข้าวที่ปลูกเป็นสายพันธุ์ที่ไม่ใช่ข้าวหอมมะลิ ท่านก็ต้องซื้อวัดถุดิบจากทางไกล ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขี้นอย่างแน่นอน
 
การเลือกชัยภูมิที่ดี จะทําให้เราได้เปรียบ การทําการค้าต้องมองยาวและใจเย็น รอบคอบอย่าใจร้อนในยุคที่ค่าใช้จ่าย
ในการจัดการและขนส่งที่เราเรียกว่าระบบโลจิสติกส์เป็นต้นทุนสูง การเลือกทําเลที่ดีทําให้เราได้เปรียบในเชิงต้นทุนอย่างมาก
 

 
โอกาสดีไม่ได้มีมาให้เลือกบ่อยครั้ง
คําโบราณว่า น้ําขึ้นให้รีบตัก (จะได้ไม่ต้องออกแรงมากในการตักมาใช้ในบ้าน) เพราะน้ําในแม่น้ํานั้น ไม่ได้ขึ้นบ่อยครั้งนัก ในสมัยนี้แค่เปิดก๊อกน้ํา ก็มีให้ใช้ถึงครัวเรือนแล้วไม่ต้องไปตักเหมือนสมัยก่อน เมื่อเราได้ที่ดินหรือทําเลที่พอใจ (อันนี้ต้องดูด้วยว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร) รถบรรทุกขนาดใหญ่ รถพ่วง และรถเกษตรจะเดินทางเข้ามาโรงสีเราได้สะดวกหรือเปล่า เพราะระบบขนส่งเป็นหัวใจของธุรกิจ โรงสีสมัยก่อนต้องติดแม่น้ําเพราะเดินทางทางเรือ ปัจจุบันต้องติดถนนหล้ก แม้ว่าจะแยกเข้าไปบ้าง แต่ไม่ควรลึกเกินไป มีหลายโรงสีที่ต้องหยุดกิจการไปเพราะว่าที่ดินผืนที่โรงสีตั้งอยู่ราคาแพงมากๆ ห้างใหญ่ๆ โรงแรมขนาดใหญ่มาขอซื้อ จึงต้องตัดใจขายเพราะว่าเมื่อนําเงินก้อนนั้นมาสร้างใหม่ได้ใหญ่กว่าหลายเท่า
 
เมื่อเราตั้งใจทําธุรกิจโรงสีข้าวแล้ว ข้อมูลต่างๆพร้อม ก็ต้องรีบฉวยโอกาสดีๆมาใส่ต้ว เมื่อเจอโอกาสดี ก็ต้องรีบฉกฉวยเอาไว้เป็นจุดเริ่มต้นของการประสบความสําเร็จ โอกาสดีๆก็เหมือนกับเวลาที่ไม่เคยคอยใครและมักจะไม่อยู่รอสิ่งใดนานๆ!!! มีคนในโลกนี้อีกมากมายที่เฝ้ารอคอยโอกาสดีๆ บางครั้งก็ปล่อยโอกาสดีๆให้หลุดลอยไปเสมอๆ ด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น เกรงกลัวในการเริ่มต้น คิดว่าตนเองไม่มีความสามารถพอ บางครั้งก้คิดว่าโอกาสอย่างนี้จะต้องผ่านเข้ามาอีกบ่อยๆ และคิดว่าครั้งหน้ารอเราพร้อมกว่านี้ เหล่านี้คือคําแก้ต้วของการเริ่มต้น!!! มีเจ้าของโรงสีหลายท่านได้พูดว่าที่ขยายทุกวันนี้เพราะไม่มีทุนและไม่มีความพร้อม ถ้าผมพร้อม เมื่อไรผมก็จะหยุดขยาย (กิจการ) ทันที ถึงปัจจุบันเขาก็ยังขยายไปไม่หยุดเพราะเขาบอกว่ายังไม่พร้อม (ในกิจการโรงสีข้าวนั้นมีธุรกิจต่อเนื่องอีกมากสาขาตัวอย่างเช่น การขนส่ง การส่งออก การขายปลีก โรงงานสกัดน้ํามันรํา โรงงานผลิดอาหารสําเร็จรูป โรงผลิตกระแสไฟฟ้า เป็นต้น)
 
นักธุรกิจที่ประสบความสําเร็จ นั้นไม่เลือกที่จะรอคอยโอกาสหรือเทวดาฟ้าประทานให้แต่เขาจะสร้างโอกาสขึ้นมาเอง และทําโอกาสนั้นเป็นโอกาสทองที่จะทําให้ตนเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงเขารู้จัก ที่จะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสในช่วงเวลา บางครั้งเวลาที่จะมาถึงยังอีกไกล แต่เขาจะสร้างสิ่งแวดล้อมขึ้นมาเพื่อรองรับโอกาสนั้น เมื่อเวลามาถึงเขาเองจะได้เป็นผู้ได้รับผลประโยชน์อย่างคุ้มค่า (ในยุคปัจจุบันเราคงได้เห็นตัวอย่างหลายกรณี)
 
เราจะได้ยินคําพูดบ่อยๆว่า "ผมรู้แล้วว่าจํานําข้าวจะต้องมา ถ้าผมสร้าง เครื่องอบลดความชื้น เทลานปูนไว้บ้าง สร้างโกดังไว้ให้ภาครัฐเช่าฝากข้าวสาร ป่านนี้ผมสบายไปแล้ว"
 
คนที่ปล่อยโอกาสดีๆหลุดลอยไปนั้นก็เหมือนกับคนที่ปล่อยความเจริญรุ่งเรืองให้กับคนอื่นไป ส่วนคนที่เฝ้ารอคอยโอกาสดีๆ
ก็เหมือนกับคนที่รอคอยฟ้าฝน ถึงแม้ว่าฝนตกมาจริงๆก็ไม่มีความหมายเท่าไร เพราะท่านไม่ได้เตรียมภาชนะไว้รองนั่นเอง
 

 
 มองโลกในแง่ดี
คนเราทุกคนต้องการความสําเร็จความร่ํารวยด้วยกันทั้งนั้น แต่คนที่จะประสบความสําเร็จนั้นต้องมาจากการทํางานอย่างหนัก ในธุรกิจโรงสีข้าวนั้นเหนือฟ้ายังมีฟ้า โรงสีข้าวขนาดใหญ่หลายโรงสีเกิดมาจากโรงสีเล็กๆก็มีมากเพราะความขยันและซื่อสัตย์ อดออม และรักความก้าวหน้า จึงได้ขยายกิจการมาโดยตลอดอย่างสม่ําเสมอ ปัจจุบันเราจะเห็นการสร้างโรงสีขนาดใหญ่ๆหลายจังหวัด ถ้าเราไปอิจฉาริษยาบรรดานักลงทุนขนาดใหญ่ ว่าทําไมเราจึงไม่มีความสามารถสร้างโรงสีขนาดใหญ่ๆได้บ้าง จริงๆ แล้วโรงสีขนาดใหญ่เหล่านั้นก็เริ่มจากโรงสีขนาดเล็กมาในอดีตทั้งนั้นเพราะความชํานาญ ความสามารถในการบริหารจึงทําให้สามารถสร้างโรงสีขนาดใหญ่ได้ในวันนี้ ในยุคของการแข่งขันเสรี ปลาใหญ่ย่อมกินปลาเล็ก ธุรกิจขนาดใหญ่มีเครื่องมือครบ ระบบทันสมัย ระบบการขนส่ง (อันนี้เป็น หัวใจของโรงสีในยุคของความรวดเร็ว) การมีขบวนรถบรรทุกขนาดใหญ่เป็นของตนเอง จะได้เปรียบในการขนส่งวัตถุดิบและสินค้าสําเร็จไปยังคลังสินค้าได้สะดวกรวดเร็วประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ใช่ว่าโรงสีขนาดกลางๆประสบความสําเร็จไม่ได้ ถ้าเราหันไปหาจุดแข็ง ซึ่งอยู่ที่ผู้บริหารจะค้นพบ เราเรียกว่าช่องว่างการตลาด สินค้ากลุ่มไหนที่โรงสีข้าวขนาดใหญ่ทําไม่ได้ การเลือกซื้อข้าวคุณภาพพิเศษ ปริมาณไม่มากนัก การส่งมอบ การขายปลีก และอื่นๆอีกหลายช่องทางที่เราสามารถเลือกทําธุรกิจได้
 
การทําธุรกิจ ต้องเริ่มจากเล็กและมีความชํานาญในเรื่องที่เราทําอยู่ เมื่อมีโอกาส มีกําไรต้อง สะสมทุนไว้และค่อยๆขยายกิจการอย่างมั่นคง
โรงสีเล็กหรือโรงสีขนาดใหญ่นั้นการบริหารไม่เหมือนกัน ความสําเร็จหรือร่ํารวยนั้นมีคําจํากัดความที่ต่างกัน แล้วแต่ท่านจะเลือก
 

 
คิดให้ช้า ทําให้เร็ว
การในทําธุรกิจโรงสีข้าวนั่น ต้องเป็นคนที่คิดช้า (รอบคอบ) แต่เมื่อตัดสินใจรอบคอบแล้ว การลงมือทําต้องรวดเร็ว เพราะในยุคของข้อมูลข่าวสาร โทรศัพท์มือถือ ระบบคอมพิวเตอร์บนมือถือ ทําให้การ ซื้อขาย รวดเร็ว ถ้าท่านมัวช้าคิดอยู่นั่นแหละท่านคงไม่ได้ขายข้าวสารแน่ๆเพราะว่าโทรศัพท์รอบที่สอง ที่จะมาต่อราคาท่านจะไม่วนมาอีกรอบเพราะว่ามีคนตัดสินใจขายตัดหน้าท่านไปแล้วนั่นเอง คิดช้าไม่ได้หมายความว่าคิดราคาต้นทุนช้า แต่ท่านต้องคิดไว้แล้วว่าราคาเท่าไหร่ขายได้ และสามารถต่อรองกับผู้ซื้อได้ทันที่ที่ลูกค้าต่อราคามาว่าจะขายได้หรือไม่ได้ เพราะในโลกของการซื้อขายข้าวสารที่มีหั่งเช้งขึ้นลงวันละหลายรอบ ท่านต้องมีต้นทุนในใจตลอดเวลา ถ้าท่านมัวแต่คิดราคา คนอื่นก็ขายตัดหน้าไปหมดแล้ว เคยมีเหตุการณ์แบบนี้บ่อยๆ เช้าวันนี้ขายราคานี้ พอบ่ายราคาลงไปอีกหลายส่วน พอพรุ่งนี้ ราคาลงไปอีก (ถ้าเมื่อวานไม่ขาย วันนี้คงไม่ได้ขายเพราะขาดทุนมากเกินไป) เช่นเดียวกันเมื่อมีเหตุการณ์ราคาขาขึ้น ถ้าเราไม่ตัดสินใจซื้อข้าวเปลือก วันนี้พรุ่งนี้ราคาก็เปลี่ยนไปแล้ว เราขายข้าวสาร วันนี้เคาะราคาซื้อไว้เท่านี้ แต่พอบ่ายราคาเปลี่ยน ข้าวเปลือกราคาขึ้น (เพราะคนขายข้าวสารไว้มาก จึงมาเร่งแข่งกันซื้อข้าวเปลือก) ทําให้ราคาข้าวเปลือกขึ้นไปสูงมาก ถ้าเราไม่มีข้าวเปลือกสํารองไว้ก็ขาดทุนอีกแล้ว โรงสีข้าวขนาดใหญ่สีข้าววันละ 500 ถึง 1,000 เกวียน ราคาข้าวเปลือกที่ซื้อเข้าเกวียนละกว่าหมื่นบาท การขายผิดราคาเพียงเล็กน้อยก็อาจทําให้ขาดทุนได้ไม่น้อยทีเดียว
 
อาจมีหลายครั้งที่ท่านพลาดโอกาสดีๆในการซื้อและขายเพราะว่าท่าคิดช้าเกินไป มีหลายครั้งเช่นกัน
ที่ท่านพลาดโอกาสสําคัญไป เพราะว่าคิดเร็วเกินไป ฉะนั้นท่านต้องฝึกคิดให้รอบคอบไว้ก่อนล่วงหน้าที่จะตัดสินใจ
เพราะการต่อรองทางโทรศัพท์จะทําให้เสียสมาธิและตัดสินใจผิดพลาดได้
 

 
เมื่อเดินหน้าไม่ได้ก็ต้องถอย
รถยังมีเกียร์ถอยหลังการบริหารโรงสีข้าวก็ต้องมีการคํานวณว่า เรากําลังทําอะไรอยู่ ที่ทํามานั้นเป็น อย่างไร แล้วเราจะเดินหน้าต่อไปหรือหยุดพักสักหน่อย บางครั้งก็ต้องเข้าเกียร์ถอยได้หมือนกัน เพราะในตลาดการค้าข้าวเปลือกและข้าวสารของวงการโรงสีนั้นมีการแจ้งราคาหั่งเช้งขึ้นลงทุกวันๆละหลายครั้ง ถ้าท่านบุกหน้าอย่างเดียวเพราะคิดว่าทําได้ ขายได้ ซื้อได้ แต่ท่านลืมไปว่าในขณะที่ท่านทําอยู่ก็มีอีกจํานวนมากที่คิดอย่างเดียวกับท่านในยุคของ IT คนทั่วโลกเป็นตลาดเดียว อัตราแลกเปลี่ยนเงินต่างสกุลกัน ปรับตลอด 24 ชั่วโมง ถ้าเรามัวแต่เล็งผลเลิศ บางครั้งก็พลาดขาดทุนได้ การถอยหลังไม่ได้แปลว่าแพ้หรือไม่สู้ แต่การได้พักแล้วนั่งทบทวนน่าจะดีกว่า!!! มีครั้งหนึ่งเคยถามเถ้าแก่โรงสีว่าทําไมข้าวเต็มโกดังจึงไม่ขาย ได้คําตอบว่าเวลานี้หั่งเช้งกําลังขึ้น พักการขายไว้สักช่วงหนึ่ง แล้วมาเร่งเก็บเงินที่ได้ปล่อยบัญชีไปหลายเดือนแล้วกลับมาก่อน แล้วจึงบุกใหม่เพราะคิดว่าราคาข้าวเปลือกและข้าวสารกําลังปรับขึ้นราคา เมื่อเรือออก (หมายถึงว่าเมื่อมีการส่งมอบข้าวลงเรือส่งต่างประเทศแล้ว ราคาข้าวเปลือกน่าจะมีแนวโน้มลงมาบ้าง) ถ้าขายวันนี้แล้วส่งสัปดาห์หน้าราคาข้าวสารลงจะทําให้ส่งมอบได้ยากและจะต้องถูกตัดราคาอย่างแน่นอน พักการขายแล้วเก็บบัญชีก่อนน่าจะดีกว่า
 
การเดินหน้าเพียงอย่างเดียวในบางโอกาสก็ต้องหยุดเพื่อทบทวนและถอยสักก้าวทะเลจะกว้างขึ้น
การได้พักแล้วคิดน่าจะดีกว่าเดินหน้าอย่างรวดเร็ว ในการแข่งขันกีฬายังมีคําว่า จังหวะและฝีมือ
 

 
มีอัธยาศัยดี
การยิ้มแย้มเจ่มใส มีอารณ์ดี หน้าตาสดชื่น พูดจาไพเราะเป็นประตูสู่ความสําเร็จ เพราะว่ากิจการโรงสีข้าวนั้นต้องคิดต่อกับคนทุกวงการ ทุกธุรกิจ เมื่อเราเปิดประตู เกษตรกรนําข้าวเปลือกมาขาย มีเถ้าแก่โรงสีท่านหนึ่งสอนให้พนักงานในออฟฟิตยกมือใหว้ สวัสดีกับเกษตรกรชาวนาทุกท่านไม่ว่าจะเป็นลุงมี หรือยายมา ตาสี นางสา เพราะเขาอบรมพนักงานเขาว่า เกษตรกรทุกท่านคือผู้มีพระคุณ เรา ต้องสวัสดีและขอบคุณเขาที่เพาะปลูกข้าวแล้วส่งมาให้เราได้มีงานทํา เพราะถ้าเขาไม่มาขายเรา เราก็ต้องไปซื้อถึงท้องนา (ในอดีตเป็นเช่นนั้นจริงๆ) จัดที่นั่งพักเพื่อรอธุรกรรมอย่างเหมาะสม ถ้าใจเราคิดว่าทุกท่านคือผู้มีพระคุณเราจะทําได้อย่างสนิทในและเป็นธรรมชาติ
 
พนักงานฝ่ายผลิต (คนปล่อยข้าว คนคุมเครื่อง คนขับรถตัก รถโฟล์คลิฟ) ทุกตําแหน่งคือส่วนหนึ่งของธุรกิจมีความสําคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ถ้าพนักงานสีข้าวสีข้าวไม่ดี ข้าวป่นไม่ได้ตามคุณภาพที่ต้องการ พนักงานอบข้าว อบข้าวแห้งเกินไป ชื้นมากเกินพอดี พนักงานรถตัก รถโฟล์คลิฟขับ รถเหยียบข้าวเปลือกและข้าวสารที่หกตามพื้นก็เสียหาย ต่างๆเหล่านี้ มีแต่คนที่อารมณ์ดี ใจเย็น และมีความอดทนสูงเท่านั้นที่จะอบรม แนะนําและให้คําแนะนํากับพนักงานให้มีจิตใจรักองค์กร ลดการเสียหายและทําให้องค์กรมีกําไรและเติบโตต่อไปได้ โรงสีก็คือกองเหล็ก เครื่องจักรก็คือเศษเหล็ก ถ้าไม่มีพนักงานทุกคนในองค์กรที่ทําให้ทุกอย่างขับเคลื่อนไปได้
 
กับลูกค้า ทุกท่านคือผู้มีพระคุณ เพราะถ้าไม่มีลูกค้าเราก็ไม่มีธุรกิจ ต้องยอมรับนับถือว่าเถ้าแก่ท่านนี้มีความคิดที่ล้ําเลิศ
 
การยิ้มแย้มแจ่มใสให้เกียรติกับทุกคนเป็นอัธยาศัยอันดี ก็เหมือนกับการต้อนรับแขกด้วยความเต็มใจและเป็นมิตร แขกที่ได้รับการต้อนรับอย่างดีก็พลอยชื่นใจ แจ่มใส บรรยากาศการทําธุรกิจก็ดีไปด้วยเช่นกัน สิ่งที่จะได้รับตามมามีค่าและยิ่งใหญ่มากกว่าที่คุณคิดไว้อีกด้วย
 

 
อยู่กับปัจจุบัน
เมื่อกิจการดี สีข้าวไม่ทันก็เห็นว่าร้านสี (เครื่องสีข้าวในโรงสีเราจะเรียกว่าร้านสี) ผลิตไม่ทันใจ ต้องการขยายให้สีข้าวได้มากกว่าเดิมอีกสักหน่อย บางทีคิดว่าน่าจะไปสร้างใหม่อีกสักโรงสี (คําว่าโรงสีคือส่วนประกอบทั้งหมดของกิจการเรียกรวมว่าโรงสีข้าว)
 
ทุกคนที่มีโรงสีก็คิดแบบเดียวกับท่าน ปัจจุบันกําลังผลิตของโรงสีข้าวนํามาคิดรวมกันนั้นมากกว่าข้าวเปลือกที่เกษตรกรเพาะปลูกได้ประมาณ 3 เท่าเรียกว่าหนึ่งปีสีข้าวได้ 3-4 เดือนเท่านั้น หมายความว่าจะต้องมีหลายโรงสีไม่ได้สีข้าวหรือสีข้าวได้ไม่ครบปี ไม่ได้เวลาคุ้มกับการลงทุน
 
ในวิกฤตมีโอกาส การจะเพิ่มโรงสีต้องกลับไปอ่านบทแรกๆที่ว่า ทําเล ส่วนแบ่งการตลาด ความสามารถเฉพาะตัว เพราะว่าคนไม่ใช่เครื่องจักร เราสามารถสร้างร้านสีขนาดใหญ่เท่าไรก็ได้ แต่บางท่านคิดไม่ครบ หรือคิดไว้แล้วแต่ก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ในการทํางานทุกเรื่องย่อมมีปัญหาในตัวของมันเองอยู่แล้ว ผู้บริหารโรงสีข้าวท่านหนึ่งเคยพูดให้ฟังว่า หากคุณสร้างโรงสีขนาด 1,000 ตันข้าวเปลือก/24 ชั่วโมง ท่านต้องมีรถพ่วงเข้านําวัตถุดิบคือข้าวเปลือกวันละกี่พ่วง และต้องใช้รถจํานวนกี่พ่วงขนย้ายสินค้าขาออก ข้าวเปลือกหนึ่งเมล็ดจะได้สินค้าที่ได้จากการแปรรูป 10 ชนิด และปัญหาใน การเลือกซื้อข้าวเปลือก ปัญหาในการส่งมอบ ที่เขียนไม่ใช่ว่าไม่สนับสนุน แต่ท่านต้องคิดให้ครบทุกบริบทของการทํางาน
 

 
ลูกคิดรางแก้ว
ในอดีตโรงสีข้าวหลงจู๊ใช้ลูกคิดเป็นเครื่องคิดเลข เวลาที่คิดต้นทุน คิดกําไร เสียงลูกคิดดังไพเราะเหมือนลูกแก้ว จึงมีคํากล่าวว่าเป็นลูกคิดรางแก้ว โรงสีข้าวในอดีต ซื้อข้าวเปลือกต้นปี เก็บไว้ปลายปีเป็นข้าวเก่า (ข้าวเปลือกที่อายุมากกว่า 6 เดือนขึ้นไปเราเรียกว่า ข้าวเก่า) นํามาสีขายบริโภคภายใน ราคาก็พอมีกําไร ทําการค้าไม่ยาก แต่ในยุคโทรศัพท์มือถือส่ง LINE ได้แบบทันใจ ส่วนกําไรก็ลดลง ข้อมูลส่งต่ออย่างรวดเร็ว การต่อรองเข้มข้นมากขึ้น ผู้ขายมีมากกว่าผู้ซื้อ การลงทุนข้าวเปลือก เกวียนละหมื่นกว่าบาท ผลกําไรลดหักค่าใช้จ่ายทุกรายการแล้วมีกําไรไม่มากนัก ลูกคิดรางแก้วเสียงเงียบไปเครื่องคิดเลขมาแทนที่ ต้องขยายตลาด แข่งกับยักษ์ใหญ่ที่ลงมาขายเอง การส่งออกก็เปลี่ยนรูปแบบจากการซื้อครั้งละมากๆ มาเป็นการซื้อจํานวนเล็กลงแต่ซื้อมากครั้งมากคุณภาพขึ้น โรงสีขนาดใหญ่หลายโรงสีก็พัฒนามาเป็นผู้ส่งออกเอง
 

 
ทุกคนมีสิทธิจะฝัน
เขาว่ากันว่า โรงสีขนาดใหญ่ถ้าสีข้าวกําไรเกวียนละ 500 บาท สีข้าววันละ 1,000 เกวียน จะได้กําไร 500,000 บาทต่อวัน สีข้าว 200 วัน จะมีกําไร 100,000,000 บาท (มิน่า!!! เห็นโรงสีข้าวขนาดใหญ่ ขยายทุกปี ขี่รถซุปเปอร์คาร์ เป็นอย่างนี้นี่เอง) ถ้าท่านมีโอกาสไปถามผู้บริหารโรงสีขนาดใหญ่ๆท่านจะได้รับคําตอบว่า ผมต้องทําเพราะถ้าไม่ทําก็ไม่มีกําไร การค้าข้าวสารโดยเฉพาะโรงสีข้าวนั้นมีกําไรน้อยมาก บางครั้งราคาขึ้น-ลง ขาดทุนก็หลายครั้ง เครื่องมือต้องครบโดยเฉพาะการขนส่ง การจัดเก็บ การบริหารคลัง (สต๊อก) รวมๆเรียกว่าระบบ โลจิกติกส์
 
ถ้ารถบรรทุกไม่พอก็ส่งของไม่ทัน โกดังไม่มี ก็ไม่มีที่เก็บข้าวเปลือกและข้าวสารเพื่อรอการส่งมอบ ถ้าการผลืตไม่ทันสมัยเครื่องมือไม่ครบ ก็รับออเดอร์ขนาดใหญ่ไม่ได้ ทุกรายการ เป็นความจําเป็นที่ต้องขยาย ถ้ากลับไปในอดีตได้ผมเองอยากจะกลับไปสีข้าววันละ 100-200 เกวียน
 

 
ความกตัญญู
ธุรกิจโรงสีข้าวนั้น เป็นธุรกิจที่ต้องติดต่อกับคนหมู่มาก ทั้งการซื้อและการขาย ความซื่อสัตย์และ กตัญญูเป็นเรื่องสําคัญ ต้องตอบแทนแผ่นดินที่เป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวเปลือกมาให้เรามีอาชีพ ตอบแทนเกษตรกรที่เพาะปลูกจนได้ข้าวเปลือกมาให้เรามีวัตถุดิบ มีสินค้า ตอบแทนลูกค้าที่อุดหนุน เราให้เรามีงานทํา ขอบคุณพนักงานทุกท่านทุกหน้าที่ที่ผลิตข้าวสารคุณภาพดี และผู้ร่วมงานร่วมธุรกิจ ทุกท่าน โดยเฉพาะพระคุณของคุณพ่อและคุณแม่ที่เลี้ยงดูเรามาจนเติบโตมีความรู้มีลูกหลาน สมควรที่จะต้องตอบแทนบุญคุณของท่านทั้งสองในยามที่ท่านมีชีวิตอยู่ ต้องแบ่งเวลาดูแลคุณพ่อคุณแม่ให้มีความสุขและเป็นหลักชัยให้กับลูกหลาน มีลูกหลานหลายคนเวลาท่ีท่านมีชีวิตอยู่ก็ไม่ได้ให้ความสําคัญ มากนักต่อเมื่อท่านได้จากไปอย่างกระทันหันต้องมานั่งเสียใจที่เมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจดูแลท่านให้มีความสุข เรียกว่าตั้งอยู่ในความประมาท คิดว่ายังไม่ต้องรีบร้อน พ่อ-แม่ยังจะอยู่กับเราอีกนาน
 
การทําดี การตอบแทนพระคุณสูงสุดต่อบุพการี นั้นไม่ต้องรอเวลา เราทําได้ทุกโอกาส และต้องหาโอกาสแบ่งเวลา
เพื่อสร้างความสุขและความประทับใจ สิ่งที่พ่อ แม่ มีความสุขที่สุดคือเห็นลูกหลาน เติบโตและมีธุรกิจที่ดี
 
 
 
 
 
วิสูตร
 
กรกฎาคม 2556

 




บทความ "เมื่อผมจะสร้างโรงสี"

นาข้าวที่ดี เริ่มต้นมาจากไหน
คู่มือมนุษย์ 6 ข้อ
สี่ประสานในร้านสี
ปลาตู้กับข้าวนึ่ง
ปลาตู้กับผู้บริหาร
ค้าแบบโรงสีข้าว...รวยแบบโรงสีข้าว
จดหมายถึงเพื่อน
สูตรใครก็สูตรใคร...บอกได้ไง
เสน่ห์โรงสี
"เตี่ย" กับ "เสี่ย"
จดหมายถึงลูกก๊ก ฉบับที่ 8
จดหมายถึงลูกก๊ก ฉบับที่ 7
จดหมายถึงลูกก๊ก ฉบับที่ 6
จดหมายถึงลูกก๊ก ฉบับที่ 5
จดหมายถึงลูกก๊ก ฉบับที่ 4
จดหมายถึงลูกก๊ก ฉบับที่ 3
จดหมายถึงลูกก๊ก ฉบับที่ 2
จดหมายถึงลูกก๊ก ฉบับที่ 1
การบริหารการสีข้าว
ทางไกลหมื่นลี้...ต้องมีก้าวแรก
ทำความเข้าใจขั้นตอนการสีข้าว
เราทำได้แค่ไหน
จงเรียนรู้จากคนอื่น
หัวใจของธุรกิจโรงสีข้าว (4+1M)
เครื่องสีข้าวสำคัญอย่างไร article
เมื่อคุณคิดจะสร้างโรงสีข้าว article



ยนต์ผลดี Contact Center TEL:056 870201-2 จันทร์ - เสาร์ 8.00 - 17.00 น. email ติดต่อพนักงาน: contact@yontpholdee.com