dot
dot

dot


facebook ยนต์ผลดี
ตรวจสอบพัสดุ EMS
โรงหล่อยนต์ผลดี
ลูกยางสีข้าวสปอร์ตแมน
บริษัท ดีรุ่งเรือง จำกัด
ยางปูพื้นรถยนต์ บีสกิน
แผ่นยางปูพื้น


เสน่ห์โรงสี
 
เรียน ท่านสมาชิกโรงสีที่เคารพ

หลายวันก่อนมีเพื่อนสมาชิกมาเยี่ยมที่โรงงาน เห็นอุปกรณ์ที่ผมได้ประกอบอยู่หลายรายการ เป็นรุ่นใหม่ๆ ทันสมัยมากๆ เช่น ตะแกรงโยกรุ่นจัมโบ้ ชั้นละ 20 ช่อง 4 ชั้น รวม 80 ช่อง ฟันปลาแบบพิเศษ สูง 4 นิ้ว ฟันปลาสแตนเลสพับองศา เทคนิคจากตำรับประเทศเยอรมัน เฟรมตะแกรงมีแป๊บขนาด 4 นิ้ว และ 3 นิ้ว ยึดยาวตลอด จำนวน 3 เส้น รับประกันเรื่องการใช้งาน ผลงานติดตั้งมากกว่า 4 ปี แล้วไม่น่าเชื่อว่าการติดตามและพัฒนาจากเดิม ทำให้วงการโรงสีข้าว ยอมรับในเรื่องตะแกรงโยกที่ใช้ไม้เป็นโครงสร้าง ทั้งที่จริงแล้ว ต่างประเทศใช้กันมานานกว่า 30 ปี
 
ท่านที่ต้องการติดตามการทำงานของตะแกรงโยกจัมโบ้ 4 ชั้น ของให้โทรนัดจะได้พาไปชมก่อนที่จะตัดสินใจเลือกตะแกรงโยกสำหรับร้านสีของท่าน เพราะตะแกรงโยกเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญมากอย่างหนึ่งในร้านสี หากว่าตะแกรงโยกทำงานไม่ดีแล้วการสีข้าวจะมีปัญหามาก โรงสีข้าวยุคใหม่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นต้นกำลัง การปรับรอบตะแกรงโยกด้วยมอเตอร์ปรับรอบทำให้การติดตั้งง่ายขึ้น และการควบคุมได้สะดวกมาก ลดข้าวกล้องกลับหลังและข้าวเปลือกไปกับข้าวกล้อง เปรียบตะแกรงโยกเป็นกระเพาะอาหารของมนุษย์เราก็คงจะไม่ผิด ตะแกรงโยกที่ดีจะแยกข้าวกล้องออกจากข้าวเปลือกได้ดี
 
ได้พูดกันถึงเรื่องเสน่ห์ของโรงสี ทำไม่จึงมีนักอุตสาหกรรมหันมาสร้างโรงสีมากขึ้นทั้งนักธุรกิจที่มาจากวงการข้าวเปลือกและข้าวสาร หลายท่านบอกว่าไม่เห็นน่าทำเลย น่าจะติดต่อซื้อโรงสีของผมไป ผมเองก็อยากจะขายอยู่ (ไม่รู้จริงเปล่า เห็นขยายทุกปี)
 
มีผู้รู้ท่านหนึ่งได้ให้ความเห็นว่า นักธุรกิจการสีข้าวนั้น
  1. เป็นการค้าเงินสด (ซื้อน่ะสดแน่ๆ แต่ขายข้าวสารมากรุงเทพฯ ไม่รู้ว่าสดหรือเปล่า)
  2. เป็นสินค้าประเภทอาหารที่จำเป็นต่อการบริโภคคือขายได้แน่ๆ ถ้าจะขายในราคาที่พอใจ
  3. เงินหมุนเวียนเยอะมาก โรงสีข้าวขนาด 300 เกวียน (เกวียนละ 4,000) จะต้องทำการค้าวันละ 1,200,000 บาท เดือนละ 30 วัน รวมเป็น 36,000,000 บาท ปีหนึ่งการทำงานสัก 10 เดือน ก็เป็นเงินถึง 360,000,000 บาท คิดดูเฉพาะค่าโอนธนาคารก็เยอะแยะแล้ว อยากถามว่าเฉพาะซื้อ ถ้าคิดยอดที่จะต้องขายออกต้องมากกว่าซื้อแน่นอน การทำธุรกิจขนาดนี้จะมีกำไรมากหรือน้อยอยู่ที่ฝีมือ การบริหาร การผลิต การขายที่แน่ๆ คือ ต้องแม่นหั่งเช้ง ทั้งซื้อและขาย
  4. สินค้าสามารถเปลี่ยนสต๊อกเป็นเงินสดได้ทันที โดยไม่ต้องมีสินค้าคงเหลือ
  5. เป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงในท้องถิ่น เพราะลูกค้าที่มาทั้งซื้อและขายมากมาย
  6. มีเพื่อนธุรกิจมาก เพราะเป็นธุรกิจที่เสรี แย่งกันซื้อ-ขายตามหั่งเช้งที่กรุงเทพฯ ไม่มีโรงสีใดสามารถซื้อข้าวเปลือกได้หมด ไม่มีใครสีข้าวได้หมด ถ้าราคาดี ทุกท่านก็ได้ผลดีรวมทั้งเกษตรกรชาวนา
  7. ในจิตใจของผู้บริหารโรงสีทุกท่าน ต้องการให้ข้าวราคาดี(แพง) เพราะจะทำให้ซื้อง่ายขายคล่องเกษตรกรชาวนาจะได้มีแรงจูงใจปลูกข้าวกัน
  8. เป็นธุรกิจเดียวที่จะสีข้าวก็ได้ ถ้าราคาไม่ดีจะหยุดก็ได้ ลูกค้าและคู่ค้าทุกท่านเข้าใจดี
  9. เป็นธุรกิจที่จะต้องขยายตลอด เพราะลูกค้าที่เพิ่มขึ้นค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นแต่ผลกำไรไม่มากตามจึงต้องขยายเพื่อลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วย
  10. ต้องศึกษาตลอด เพราะเวลาซื้อข้าวเปลือก มองไม่เห็น ต้องใช้เครื่องมือทดสอบคุณภาพ ใครมีความสามารถก็ดูทะลุเปลือกข้าวเข้าไปได้ ข้าวเปียก ข้าวแห้ง (แตกกรอบ) หรือข้าวคุณภาพเยี่ยม

“ทุกท่านที่ทำธุรกิจเรื่องข้าวโดยเฉพาะโรงสีข้าว จะต้องขยันกว่าปกติมากและต้องเสียสละเวลาส่วนตัวอย่างมากเพราะว่าการสีข้าวนั้นเราสีกัน 24 ชั่วโมง การควบคุมจึงต้องดูกันตลอดวัน ตลอดคืน” เวลาขายก็ต้องตามข่าวไปจนถึงตลาดต่างประเทศ ฟังข่าวเรือข้าวออก ข่าวการเมืองอะไรต่างๆ เหล่านี้คือเสน่ห์โรงสีผมได้ประมวลจากคำบอกเล่าของท่านผู้หนึ่ง ผิดถูกอย่างไรก็ขอรับไว้เอง

แต่ที่แน่ ๆ ในปัจจุบัน ทุกท่านที่ทำธุรกิจเรื่องข้าวโดยเฉพาะโรงสีข้าว จะต้องขยันกว่าปกติมากและต้องเสียสละเวลาส่วนตัวอย่างมากเพราะว่าการสีข้าวนั้นเราสีกัน 24 ชั่วโมง การควบคุมจึงต้องดูกันตลอดวันตลอดคืน เช้าโทรศัพท์ขายข้าวสาร สายโทรศัพท์ทวงเงิน บ่ายซื้อข้าวเปลือก เย็นขึ้นข้าวสาร กลางคืนตรวจดูการสีข้าวถึงดึก ๆ เพราะว่าพนักงานสีข้าวนั้นนับว่าก็หายากขึ้น พนักงานที่เก่งๆก็หายาก การสีข้าวนั้นละเอียดอ่อนมาก เพราะว่าข้าวเปลือกที่ซื้อมาคำนวณไว้ว่าสีได้ข้าวต้น 480 กิโลกรัม แต่พอสีออกมาได้เพียง 420 กิโลกรัม อย่างนี้ก็ไม่มีกำไรแล้ว

เครื่องจักรก็เหมือนมีด ถ้ามีคม ก็จะตัดเนื้อหมูได้สวย ผมได้ข้อคิดจาก คุณชัยวัฒน์  เหลืองอมรเลิศ เมื่อ 25 ปีที่แล้ว เขาบอกว่ามีดหั่นหมู เฉือนหมู มีหลายอัน ทั้งขวาน มีปลายแหลม มีดบังตอ ตะขอ เครื่องมือเหล่านี้ทำให้เราได้เนื้อหมูที่ตัดออกมาชิ้นสวยๆ เช่นเดียวกับอุปกรณ์สีข้าวมีหลายชิ้น เราต้องศึกษาว่าเครื่องมือชิ้นไหนโรงงานไหนเก่ง มีความรู้จริง ก็ต้องเลือกซื้อให้ถูก

ทุกโรงงานมีจุดเด่นของแต่ละ โรงงาน เพราะประสบการณ์ที่ฝรั่งเรียกว่า "โนฮาว" (Know-how) แตกต่างกัน ถ้าเราเลือกจุดเด่นของแต่ละชนิดมาติดตั้งในร้านสีของเรา แน่นอนเหมือนเรามีแต้มต่อหรือฝร่ังเรียกว่า "แฮนดิแค็ป" (Handicap) ดีกว่า การเริ่มต้นที่ดีย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง
 
 
วิสูตร 
ค.ศ. 1995 



บทความ "เมื่อผมจะสร้างโรงสี"

นาข้าวที่ดี เริ่มต้นมาจากไหน
ปรัชญาโรงสี
คู่มือมนุษย์ 6 ข้อ
สี่ประสานในร้านสี
ปลาตู้กับข้าวนึ่ง
ปลาตู้กับผู้บริหาร
ค้าแบบโรงสีข้าว...รวยแบบโรงสีข้าว
จดหมายถึงเพื่อน
สูตรใครก็สูตรใคร...บอกได้ไง
"เตี่ย" กับ "เสี่ย"
จดหมายถึงลูกก๊ก ฉบับที่ 8
จดหมายถึงลูกก๊ก ฉบับที่ 7
จดหมายถึงลูกก๊ก ฉบับที่ 6
จดหมายถึงลูกก๊ก ฉบับที่ 5
จดหมายถึงลูกก๊ก ฉบับที่ 4
จดหมายถึงลูกก๊ก ฉบับที่ 3
จดหมายถึงลูกก๊ก ฉบับที่ 2
จดหมายถึงลูกก๊ก ฉบับที่ 1
การบริหารการสีข้าว
ทางไกลหมื่นลี้...ต้องมีก้าวแรก
ทำความเข้าใจขั้นตอนการสีข้าว
เราทำได้แค่ไหน
จงเรียนรู้จากคนอื่น
หัวใจของธุรกิจโรงสีข้าว (4+1M)
เครื่องสีข้าวสำคัญอย่างไร article
เมื่อคุณคิดจะสร้างโรงสีข้าว article



ยนต์ผลดี Contact Center TEL:056 870201-2 จันทร์ - เสาร์ 8.00 - 17.00 น. email ติดต่อพนักงาน: contact@yontpholdee.com